Posts Tagged: ‘การทดลอง’

วิทยาศาสตร์การทดลอง มหัศจรรย์ของฟองสบู่

October 1, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

15276
วิทยาศาสตร์การทดลอง มหัศจรรย์ของฟองสบู่

การทดลอง ในครั้งนี้เป็นการทดลองโดยการใช้สบู่ หรือ จะใช้เป็นน้ำยาล้างจานก็สามารถค่ะ ความน่าสนใจในการทดลองในครั้งนี้นั้น ทำไมสบู่จึงเกิดฟองขึ้นมาอย่างมากมายเมื่อเราได้นำไปละลายกับน้ำ มันจะฟองเล็กๆขึ้นและทำการเป่าฟองนั้นก็จะลอยสูงขึ้น การทดลองในครั้งนี้ทำให้เกิดการผลิตสินค้าจากฟองสบู่ออกมาขายให้กับเด็กๆเป็นสิ่งค้าที่ขายดีในระดับหนึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆไม่น้อยค่ะ

วิธีการทดลอง – อุปกรณ์

1 ถ้วยน้ำกลั่น

2 จานสบู่ (30 มล. )

1 กลีเซอรีน (15 มล. ) ถุงมือคู่ราคาไม่แพง ไม้กายสิทธิ์

การทดลอง

นำ สบู่ ที่ได้มานั้นทำการละลายกับน้ำเปล่าทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องไปรกกวนมันจากนั้นเมื่อได้ฟองสบู่แล้วต่อมานำไม้ที่เราเตรียมไว้จุ่มลงไปในสบู่ทิ้งไว้สักพักไม้ก็จะติดฟองสบู่ขึ้นมาในสารละลายฟองและระเบิดเข้าไปในส่วนอื่น ๆ ของปิเปตตีกลับฟองออกของถุงมือของคุณ ลองกำยำฟองออกของเสื้อหรือกางเกงของคุณ ในขณะที่คุณจะเห็นทันทีที่ผ้าบางทำงานได้ดีกว่าคนอื่น ๆ

น้ำ – ส่วนที่สำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวของการแก้ปัญหาฟองคือน้ำ น้ำที่มีคุณภาพดีที่ไม่ได้มีระดับสูงของเหล็กหรือแร่ธาตุที่ดีที่สุดคือ ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าคุณภาพของน้ำประปาของคุณลงทุนในแกลลอนน้ำกลั่นจากร้านขายของชำ

สบู่ – เมื่อมันมาถึงสบู่อรุณ®สบู่เพียงแค่ดูเหมือนว่าจะทำงานที่ดีที่สุดสำหรับการ แก้ปัญหา ฟองสบู่โฮมเมด

กลีเซอรีน – กลีเซอรีนเป็นสารเติมแต่งที่เป็นความลับที่ทำให้ฟองเพิ่มความแข็งแกร่งของ ไม่ต้องตกใจเกินไปโดยราคาในกลีเซอรีนที่มีคุณภาพสูง bottleof ติดต่อเภสัชกรที่ร้านขายของชำท้องถิ่นสำหรับความพร้อมของคุณ (หมายเหตุ:. บางฟองคาโรแทนสูตร®น้ำเชื่อมสำหรับกลีเซอรีนเนื่องจากค่าใช้จ่ายและความพร้อมของกลีเซอรีน)

สีฟอง - คล้ายกับวิธีที่เรารับรู้สีในรุ้งหรือเรียบน้ำมันเราจะเห็นสีในฟองผ่านการสะท้อนและการหักเหของคลื่นแสงพื้นผิวด้านในและด้านนอกของผนังฟอง คุณไม่สามารถสีฟองตั้งแต่ผนังเป็นเพียง millionths ไม่กี่นิ้วหนา ฟองสะท้อนให้เห็นถึงสีจากสภาพแวดล้อม

ขอบคุณข้อมูลจาก   : stevespanglerscience.com/

 

วิทยาศาสตร์การเชื่อมต่อเป้าหมาย : กิจกรรมนมเปลี่ยนสี

September 24, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิทยาศาสตร์การทดลอง การระเบิดสีของนม1

วิทยาศาสตร์การเชื่อมต่อเป้าหมาย : กิจกรรมนมเปลี่ยนสี
กิจกรรมนมเปลี่ยนสีเป็นการนำแม่สีทั้ง 4 สี ลงไปจุ่มในน้ำนมและผลที่ได้ออกมา คือ แม่สีนั้นได้ละลายกลายเป็นสีสันสดใสสร้างความประหลาดใจให้แก่เด็กๆยิ่งหนักจนผู้ใหญ่กล่าวชื่นชมกิจกรรมนี้ว่า กิจกรรนมเปลี่ยนสีเป็นกิจกรรมที่วิเศษที่สุดเป็นการสาธิตที่ดีและยอดเยี่ยมมากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณนำสบู่และนมมารวมกัน สาธิต วิธีที่คุณสามารถทำกิจกรรมที่มีสีสันและมีส่วนร่วมวิทยาศาสตร์โครงการที่ดีเป็นธรรมเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างสร้างการทดสอบใหม่และเปรียบเทียบผล

ทำซ้ำการทดลองการใช้น้ำในสถานที่ของนม คุณจะได้รับการระเบิดของสีเดียวกัน? ทำไมหรือทำไมไม่?
ชนิดของนมที่ผลิตที่ดีที่สุดเช่นประเภทนม พร่องมันเนยครีม 1%, 2%, นม? ไม่ปริมาณไขมันของนมส่งผลกระทบต่อการเกิดปฏิกิริยาของสีและสบู่จะต้องยังคงเหมือนเดิมในการทดสอบ ใช้ยี่ห้อเดียวกันสำหรับการทดลองแต่ละครั้งและจำนวนของสบู่ ใช้สีเดียวกันและจำนวนเงินเดียวกันของสีผสมอาหารในการทดลองแต่ละ เทปริมาณที่เท่ากันของของเหลวลงด้านล่างของจาน ทุกขั้นตอนเหล่านี้ให้แน่ใจว่าคุณมีเงื่อนไขที่เป็นมาตรฐานมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้และได้แยกตัวแปร – สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงในการทดสอบ ในกรณีนี้ตัวแปรที่เป็นประเภทของนมที่คุณใช้
ทำไม? เมื่อนมและสบู่เมื่อนำมารวมกันแล้วจะทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นและเมื่อนำแม่สีไปจุ่มลงในนมนั้น เมื่อแม่สีละลายทำไมแม่สีทั้ง 4 จึงไม่ไหล่ไปรวมตัวกัน นอกจากนี้ยังแบ่งเป็นเขตของสีแต่ละสีด้วย การทดลองนี้สร้างวความตื่นเต้นให้กับเด็กไม่น้อยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : stevespanglerscience.com/

วิทยาศาสตร์การทดลอง ลูกกวาดแสนสวยด้วยการผสมสี

September 19, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิทยาศาสตร์การทดลอง ลูกกวาดแสนสวยด้วยการผสมสี

การทดลองนี้เป็นการนำสีของลูกกวาด Gobstoppers ที่ในต่างประเทศนั้นรู้จักกันดี เพราะลูกกวาด Gobstoppers เป็นลูกกวาดที่มีสีสันสดใส่แต่เมื่อนำมาทดลองเมื่อลูกอมโดนน้ำกลืนลงไปพวกมันจะมีปฏิกิริยาการตอบสนองอย่างไรบ้างนั้นเรามาติดตามกันดูค่ะ

ลูกกวาดที่เราชอบรับประทานนั้น แน่นอนค่ะว่าพวกมันมีสีสันที่สดใสอีกทั้งมีรสหวานปริมาณน้ำตาลในลูกกวาดนั้นมีมากพอที่จะติดมือของเราเมื่อเรากำมือทุกครั้ง และการทดลองในครั้งนี้สีของลูกกวาดเมื่อกระทบกับน้ำพวกเขาจะแบ่งชั้นสีออกและจะเกิดการแตกสีที่ประหลาดและสวยงามมากค่ะ งั้นเรามาทำการมดลองกันเลยดีกว่า

 

วัสดุที่จำเป็นต้องใช้

-ลูกอม Gobstopper

-จานหรือจานตื้น

 

วิธีการทดลอง

กรอกน้ำลงไปในจานให้เพียงพอต่อการจมของลูกกวาด Drop Gobstopper จากนั้นนำลูกกวาดที่เราหามาได้วางลงไปในมุมของจาน สีละมุมค่ะ ให้สีที่แตกต่างกันไปตามขอบของจาน เราจะบอกให้คุณใส่พวกเขาทั้งหมดในมุม คุณจึงต้องวาง Gobstoppers ที่ระยะทางเท่ากันจากจากกันและกัน เพื่อไม่ให้สีของลูกกวาดไหลมารวกกันเสียก่อนค่ะ

 

มันทำงานอย่างไร

 

การทดลองนี้ สร้างความประหลาดใจอย่างมากเพราะสีของลูกกวาด Gobstopper เมื่อพวกมันลงไปในจานที่มีน้ำแล้วสีของลูกกวาดข่อยๆละลายออกมาเป็นสีสันสวยงาม แต่สังเกตดีๆนะค่ะว่าสีพวกมันหยุดอยู่ที่ๆใครที่มัน คือไม่มีการไหล่มารวมตัวกันแต่อย่างไร แทนพวกเขาวิ่งเข้าไปรวมตัวกันแต่นี้ไม่เลยค่ะ  นี้เป็นเพราะ Gobstopper แต่ละประกอบด้วยสี่สีที่แตกต่างกันและมีค่าน้ำตาลที่หนาแน่พอที่จะให้การแตกตัวของสีไม่ผสมกันค่ะ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก   : stevespanglerscience.com

วิทยาศาสตร์การทดลอง : 7 สี 7 ชั้น ที่แตกต่าง

September 5, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิทยาศาสตร์การทดลอง : 7 สี 7 ชั้น ที่แตกต่าง

วิทยาศาสตร์การทดลอง : 7 สี 7 ชั้น ที่แตกต่าง
การทดลองหาความหนาแน่นของของ 7 สิ่งที่ให้ความหนาแน่นต่างกันเมื่อนำส่วนผสมของทั้ง 7 อย่างนี้เทลงไปในขวดที่มีปากยาวและสูงพอที่จะให้น้ำทั้ง 7 อย่างนี้ไปรวมตัวกันเป็นชั้นๆ 1 สี ต่อ 1 ชั้น การทดลองทางวิทยาศาสตร์โดยใช้อุปกรณ์ดังต่อไปนี้

วัสดุที่ใช้

-น้ำเชื่อมคาโรไลท์
-น้ำ
-น้ำมันพืช
-จานสบู่ (สีฟ้า)
-แอลกอฮอล์ถู
-ตะเกียงน้ำมัน
-น้ำผึ้ง
-กระบอก
-สีผสมอาหาร
-ถ้วย 9 ออนซ์

การทดลอง
วัด 8 ออนซ์ของของเหลวในแต่ละถ้วยให้ได้ส่วน 9 ออนซ์ คุณอาจต้องการแต่ละสีของของเหลวที่จะทำให้ผลกระทบอย่างมากในคอลัมน์ของคุณ น้ำเชื่อมคาโรไลง่ายที่จะสีเข้มกว่าน้ำเชื่อม ของเหลวเดียวที่คุณอาจจะไม่สามารถที่จะสีเป็นน้ำมันพืชและน้ำผึ้งเริ่มต้นโดยการเทน้ำผึ้งลงไปในถัง ตอนนี้คุณจะเทของเหลวแต่ละอย่างๆช้าลงในภาชนะที่หนึ่งที่ และควรให้เวลาการเทที่ต่างกันโดยเรียงลำดับการเทดังต่อไปนี้

1.น้ำผึ้ง

2.น้ำเชื่อม Karo

3.สบู่

4.น้ำ

5.น้ำมันพืช

6.แอลกอฮอล์

7.ตะเกียงน้ำมัน

มันทำงานอย่างไร
จำนวนของเหลวที่แตกต่างกันจะมีน้ำหนักที่แตกต่างกันเพราะพวกเขาจะมีมวลที่แตกต่างกัน ของเหลวที่มีน้ำหนักมากขึ้น (มีความหนาแน่นสูงกว่า) จะจมอยู่ด้านล่างของเหลวที่มีน้ำหนักน้อยกว่า (มีความหนาแน่นที่ต่ำกว่า)ในการทดสอบนี้คุณอาจต้องการตั้งค่าขนาดและวัดแต่ละของของเหลวที่คุณเทลงในคอลัมน์ของคุณ ให้แน่ใจว่าคุณวัดน้ำหนักของส่วนเท่ากันของของเหลวแต่ละ คุณจะพบว่าน้ำหนักของของเหลวที่สอดคล้องกับแต่ละชั้นที่แตกต่างกันของของเหลว ตัวอย่างเช่นน้ำผึ้งจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำเชื่อม Karo โดยชั่งน้ำหนักของเหลวเหล่านี้คุณจะพบว่ามีความหนาแน่นและน้ำหนักมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
ขอบคุณข้อมูลจาก : stevespanglerscience.com/

 

วิทยาศาสตร์การทดลอง : ยาสีฟันพ่นควัน

September 2, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิทยาศาสตร์การทดลอง : ยาสีฟันพ่นควัน

วิทยาศาสตร์การทดลอง : ยาสีฟันพ่นควัน
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ในฉบับนี้ขอเสนอวิธีการทำให้ยาสีฟันพ่นควันที่ขาวออกมาเสมือนช้างกำลังพ่นน้ำออกมาจากปาก ในการทดลองในครั้งนี้เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของฟองสีขาวของยาสีฟัน ปฏิกิริยาการสร้างโฟมที่ยิงออกมาจากขวดและลงไปในภาชนะที่เรานำมารองไว้ ใช้เวลาทดลองไม่กี่นาที มันจะเริ่มออกมาในกระแสการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะเช่นยาสีฟันถูกบีบออกจากหลอด นักเรียนสามารถเล่นกับโฟมที่มันเป็นเพียงแค่สบู่และน้ำที่มีฟองอากาศออกซิเจน ขวดจะรู้สึกสัมผัสอบอุ่นเช่นนี้เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

***** วัสดุ
-ขวดเปล่าของโซดา หรือ ขวดพลาสติก 16 ออนซ์ (ต้องใช้ขวดคอแคบๆนะ)
-ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1/2 ถ้วย (20 ปริมาณเป็นวิธีการแก้ 6% ที่ซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์ความงาม)
-ผงซักฟอก
-สีผสมอาหาร 3-4 หยด
-ยีสต์ 1 ช้อนชาละลายในประมาณ 2 ช้อนโต๊ะน้ำอุ่นมาก
-กรวย
-ฟอยล์แพนเค้กกับด้านขนาด 2 นิ้ว
-แว่นตานิรภัย
-ผ้ากันเปื้อน
การทดลอง

ให้นักเรียนใส่แว่นตาเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาและผ้ากันเปื้อนในห้องปฏิบัติการ นักเรียนแต่ละคนควรจะมีแพนเค้กในด้านหน้าของพวกเขา, ขวดพลาสติกในถ้วยเล็ก ๆ สีผสมอาหารเปอร์ออกไซด์ 1/2 ถ้วยและผสมยีสต์ที่ละลายในน้ำ
ยืนขวดขึ้นอยู่ในใจกลางของแพนเค้ก ใส่กรวยในการเปิด เพิ่มหยด 3-4 จากสีผสมอาหารเพื่อเปอร์ออกไซด์และเทเปอร์ออกไซด์ผ่านกรวยลงในขวด แสดงแผนภาพโมเลกุลของน้ำและแผนภาพโมเลกุลไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ชี้ไปที่ออกซิเจนพิเศษที่จะได้รับการปล่อยให้เป็นอิสระในการตอบสนองเพิ่มผงซักฟอกรุ่งอรุณเปอร์ออกไซด์ไปในขวด
เทส่วนผสมยีสต์ลงในขวดได้อย่างรวดเร็วและเอากรวยนักเรียนสามารถสัมผัสขวดรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้น
การเพิ่มขึ้นของยีสต์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งจะทำให้การปล่อยโมเลกุลไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อะตอมออกซิเจนได้เร็วขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : stevespanglerscience.com/

วิทยาศาสตร์การทดลอง คลื่นขวดโคมไฟลาวา

August 29, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิทยาศาสตร์การทดลอง คลื่นขวดโคมไฟลาวา1

วิทยาศาสตร์การทดลอง คลื่นขวดโคมไฟลาวา
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยโคมไฟลาวาเดือดคุณจะเรียนรู้วิธีที่จะทำให้โฮมเมดปลอดภัย การทดลองในครั้งนี้จะใช้โคมไฟลาวาใช้วัสดุที่เหมาะสมในบ้านของคุณ ด้วยโซดาขวดน้ำมันและน้ำและส่วนผสมลับที่ทำให้สิ่งที่ทั้งเดือดเป็นฟอง ฟองจะระเบิดคุณจะมีส่วนผสมที่มีสีสันสวยงามทำให้การทดลองในครั้งนี้เด็กๆมีความสนุกสนานและได้ลองมือทำการทดลอง

**วัสดุ

-ขวดโซดาทำความสะอาดโซดา ฝาขวดโซดา

-น้ำมันพืช (ราคาถูกกว่าดีกว่า)

-สีผสมอาหาร

ขAlka-Seltzer เม็ดผลิตภัณฑ์เสริมหรือฟอง

-ไฟฉาย

-น้ำ
การทดลอง

กรอกน้ำมันพืชให้ได้ ¾ ขวดเติมส่วนที่เหลือของขวดด้วยน้ำ ระวังอย่างให้ล้นออกมาข้างนอกขวด จากนั้นหยดสีผสมอาหารลงไปประมาณ 10 หยด ต้องแน่ใจว่าขวดน้ำและน้ำมันนั้นเมื่อเติมสีผสมอาหารลงไปแล้วภายในขวดมืดสนิท
ขอให้สังเกตว่าอาหารสีสีน้ำเท่านั้นและไม่ได้น้ำมัน แบ่ง Alka-Seltzer แท็บเล็ตเป็น 8 ชิ้น
Drop หนึ่งในชิ้นเล็ก ๆ ของ Alka-Seltzer เข้าไปผสมน้ำและน้ำมัน ดูสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเดือดหยุดเพิ่มก้อน Alka-Seltzer อื่น มันเป็นเพียงเช่นโคมไฟลาวา! ถ้าคุณต้องการที่จะทำให้มันมากขึ้น ใส่ขวดของคุณในไฟฉายและเปิดไฟในห้องปิด
เมื่อคุณได้ใช้ขึ้นทั้งหมดของ Alka-Seltzer และเดือดได้หยุดอย่างสมบูรณ์, สกรูบนฝาขวดโซดา เคล็ดลับขวดไปมาและดูคลื่นปรากฏ หยดน้ำเล็ก ๆ ของของเหลวร่วมกันที่จะทำให้หนึ่งหยดลาวาใหญ่และไหล่ออกมา
ขอบคุณข้อมูลจาก : stevespanglerscience.com/

 

วิทยาศาสตร์การทดลอง คลื่น Wifi ทำร้ายสมอง

May 27, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิทยาศาสตร์การทดลอง คลื่น Wifi ทำร้ายสมอง

มีใครที่นอนหลับไปพร้อมการเล่นโทรศัพท์และเปิด Wifi ทิ้งไว้บ้างค่ะ ในประเทศไทยอาจจะมีเยอะมากใช่ไหมค่ะ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ถึงสาเหตุ ความจำเสื่อมและระบบของสมองไม่ส่งงานในตอนเช้านั้น สาเหตุมาจาก Wifi นั้นเองค่ะ เพราะเหตุใดนั้นเหรอค่ะและทำไมคลื่น Wifi ทำไมคลื่น Wifi จึงมีผลกระทบกับสมองเราได้มากขนาดนี้ ในวันนี้เราจึงยกมาเป็นกรณีศึกษาค่ะ มีเด็กกลุ่มหนึ่งในต่างประเทศได้ทำการเพาะถั่วขึ้นและแยกทั้ง 2 นั้นออกไปวางไว้ถาดละห้องสาเหตุที่ทำการทดลองดังกล่าวก็เพราะว่า สงสัยว่าทำไมเวลานอนไปพร้อม ๆ กับโทรศัพท์มือถือใกล้หัวเตียงแล้ว ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วมีอาการปวดหัว “ไม่มีสมาธิ”

เด็กผู้หญิงมัธยมต้น 5 คนของโรงเรียน Hjallerup School ใน North Jutland ในเดนมาร์ก โดยทำการเพาะเมล็ดผักมีการทดลองทาง”วิทยาศาสตร์”โดยทำการเพาะเมล็ดผัก garden cress ใน 2 ถาด และแยกถาดทั้ง 2 อยู่คนละห้องแต่ปรับอุณหภูมิให้เท่ากัน ได้รับน้ำและแสงแดดในปริมาเท่าๆกันเป็นเวลา 12 วัน ผ่านไป 2 อาทิตย์พบว่า

ถาด 1 นำไว้ในห้องที่ไม่มี”คลื่น Wifi” ผลที่ออกมาปรากฏว่าเมล็ดผักเติบโตตามปกติ
ถาดที่ 2 นำถาดไปวางใกล้ๆกับ Wifi router 2 เครื่อง ปรากฏว่าเมล็ดผักแทบไม่เติบโต รากไม่งอก
ผลการทดลองออกเด็กทั้ง 5 คนนั้นได้มีข่าวแพร่ออกไปทำให้วงการวิทยาศาสตร์ตื่นตัวเพื่อทำการค้นหาสาเหตุว่า คลื่นโทรศัพท์ เเละ ระบบไร้สายมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ? ทำไมถึงมีผลยับยั้งระงับการงอกของเมล็ดผักได้ Professor Olle Johansson แห่ง Karolinska Institute ในกรุง Stockholm สวีเดน จึงอาสาเข้ามาทำการศึกษาเพิ่มเติมต่ออย่างเป็นระบบเพื่อสรุปผลทางวิชาการในวงกว้างต่อไป

ย้อนหลังไปดุ”การทดลอง”ในเนเธอร์แลนด์เมื่อ 3 ปีที่แล้วโดยนักวิทยาศาสตร์ของ Wageningen University โดยใช้ต้นไม้ (ash tree) 20 ต้นมาสัมผัสใกล้ชิดกับคลื่นต่างๆเปรียบเทียบกันตลอดเวลา3เดือน และพบว่าต้นที่อยู่ใกล้กับคลื่น WiFi แรงๆพบว่าใบมีสีน้ำตาลไหม้ ใบร่วง
ศาสตราจารย์ Olle Johansson ออกมาเตือนกระตุ้นให้คนตระหนักว่า “ไม่ควรนอนหลับไปพร้อม ๆกับเปิดระบบ Wifi และโทรศัพท์มือถือทิ้งเอาไว้”

 

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก Cr.Pharmacist Thailand

การทดลองจุดไฟในน้ำ

March 13, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

การทดลองจุดไฟในน้ำ


วิทยาศาสตร์กับการใช้ชีวิตของมนุษย์เราทุกวันนี้ถือได้ว่าเป็นของคู่กันก็ว่าได้เพราะในสมัยนี้ก่อนที่จะผลิตอะไรขึ้นมาสักอย่าสงหนึ่งต้องมีการทดลองแล้วทดลองอีกเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดออกมาให้ประชากรในโลกได้ใช้กันอย่างคุ้มค่าและปลอดภัยแต่การทดลองในแต่ละครั้งนั้นก็เป็นเรื่องที่ถือว่ายุ่งยากพอสมควร การหาวัตถุดิบ การทำการจดบันทึกหาค่ากรด ด่าง ค่า P H ต่างๆจากสะสารที่เราได้นำมาทดลองกัน
และในวันนี้ก็เช่นเดีวยกันค่ะเรามีวิธีการทดลองจุดเทียนกลางสายน้ำ หรือ ว่าจะเรียนว่าเปลวไฟใต้น้ำก็ได้ค่ะ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
-เทียนไข หรือ เทียนที่ใช้จุดตะเกียก็ได้
-แก้วน้ำ หรือ ภาชนะทรงกรวยที่สวยก็ได้
-เข็มหมุดหัวหมวก
พอเตรียมอุปกรณ์ได้ครบแล้วเรามาเริ่มทำการทดลองกันเลย
-ก่อนอื่นให้เราแก้ว3-4ใบเติมน้ำให้ได้ระดับประมาณ3/5ของแก้วแล้วนำหมุดที่เราเตรียมไว้นั้นนำมาปักที่ฐาน หรือ ที่ตูดของเทียนไขปักเสร็จแล้วเราก็นำเทียนไขใส่ลงไปในแก้วแล้วจึงจุดไฟ ทำอย่างนี้สัก2แก้ว
และเตรียมอุปกรณ์เหมือนกับตอนแรก แต่เราไม่ต้องนำหมุดไปปักกับตูดเทียนไขค่ะ แต่นำเทียนไขไปใส่ในแก้วน้ำเหมือนกัน พอได้แล้วเราจะมาทำการทดสอบกันว่าเทียนไขที่ลอยน้ำได้นั้นเกิดจากสาเหตุใด
เพราะเหตุใดเทียนไขจึงสามารถลอยในน้ำได้และไฟก็ยังไม่ดับอีกซะด้วย เทียนไขได้ผลิตมาจากขี้ผึ้งพาราฟินจึงไม่เปียกน้ำและหมุดนั้นทำหน้าที่เป็นจุดรวมน้ำหนักให้อยู่จุดกึ่งกลางของเทียน ซึ่งขี้ผึ้งพาราฟินบริสุทธิ์จะมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี ไม่ละลายน้ำ พาราฟินมักนำมาทำเทียนไข หรือเคลือบวัสดุต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้โดนความชื้นจากน้ำตอนสมัยยังเป็นเด็กนั้นคุณครูได้ทำการทดลองให้เด็กดูและนำไปใช้ในวันสำคัญของไทย ก็คือ วันลอยกระทงนั้นเองค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก karn.tv

วิธีหาค่าความเป็น กรด และ ด่าง

March 9, 2013 Posted by ผู้ดูแลระบบ

วิธีหาค่าความเป็น กรด และ ด่าง

 


ในโลกปัจจุบันนี้มีสารเคมีที่ตกค้างในผลิตภัณฑ์จำพวกของกินและของใช้เต็มไปหมดบางอย่างก็มีความเป็นกรดสูง กรด คือ รสเปรี้ยวไม่ว่าจะเป็นอาหารที่รากินเข้าสู่ร่างกายทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่ของใช้ที่จำเป็นบางครั้งมีความเป็นกรดสูง เช่น ผงซักฟอก สบู่ก้อน น้ำยาล้างจาน และน้ำส้มสายชู ต่างมีความเป็นกรดด้วยกันทั้งนั้น และบางอย่างเป็นด่าง ด่าง คือ มีรสฝาด และในวันนี้เรามาหาค่าความเป็น กรด และ ด่าง กันค่ะ โดยการนำดอกไม้แสนสวยมาทดลองกัน
ดอกอัญชัน ที่มีสีน้ำเงินแสนสวยดอกนี้และค่ะที่เราจะนำมาทดลองกัน
สิ่งที่เราจะต้องเตรียมสำหรับการทดลอง
ดอกอัญชัน 45 ดอก พร้อมด้วยน้ำร้อน และผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการรู้ความเป็นกรด และด่าง
วิธีการทดลองมีดังนี้ นำดอกอัญชันมาแช่ในน้ำร้อนสักครู่ คอยสังเกตว่าสีของดอกอัญชันเริ่มเปลี่ยนไปมันจะค่อยๆละลายออกจนกลีบดอกอัญชันซีด จากนั้นนำน้ำสีน้ำเงินที่ได้มาแบ่งใส่แก้วใส ตามจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบ เก็บสีเดิมของน้ำดอกอัญชันไว้เปรียบเทียบด้วยนะค่ะ เติมสารเคมีที่ต้องการทดลอง 2 ช้อนชาลงไปในแก้วแต่ละใบคนให้เข้ากัน น้ำดอกอัญชันกำลังทำปติกิริยากับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ทดสอบ น้ำสีน้ำเงินของดอกอัญชันสามารถเป็นอินดิเคเตอร์ วัดความเป็นกรด และ ด่างได้ โดยสารที่เป็นกรดนั้นจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง ส่วนสารที่เป็นด่างนั้นจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียว
ประเภทของกรดนั้น จำแนกได้ 2 ประเภท
ได้แก่ กรดอินทรีย์ เป็นกรดที่ได้จากพืช ใช้ปรุงแต่งอาหาร
กรดอนินทรีย์ หรือกรดแร่ เป็นกรดที่ได้จากแร่ธาตุกรดชนิดนี้ไม่นิยมรัประทานเพราะเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
สุดท้ายแล้วอย่าลืมใส่ใจหวงใยสุขภาพกันด้วยนะค่ะจะใช้หรือกินอะไรก็ตามเราต้องมีความพิธีพิถันฑ์ในการเลือกค่ะ

ขอขอบคุณข้อความดีๆจาก myfirstbrain.com